เทคนิคการบุ๊คโรงแรมบุรีรัมย์ที่ประเทศไทยอย่างถูก

เมืองไทยเป็นจุดหมายของฮอตสปอตที่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งเช่นกรุงเทพมหานครพัทยาเกาะสมุยเชียงใหม่จังหวัดภูเก็ตและเกาะพะงัน เนื่องมาจากมีสิ่งต่างๆมากมายที่ต้องทำและสถานที่เที่ยวในประเทศที่สวยงามนี้คุณจึงต้องกินเวลาอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ที่นี่เพื่อที่จะมันส์กับการท่องเที่ยวของคุณ เหนือจากเส้นชัยชั้นหนึ่งในเมืองไทยแล้วเรายังสามารถสนุกสนานกับการละครและกิจกรรมในท้องถิ่นต่างๆในประเทศไทยในขณะที่เขาอยู่ที่โน่น ซึ่งรวมไปถึงกิจกรรมมากมายเช่นงานเลี้ยงสังสรรค์อาหารค่ำแบบเต็มกำลังของไทยพร้อมทั้งอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถสนุกสนานในระยะเวลาวันหยุดในประเทศไทย

 

ในขณะที่การสัญจรเป็นเวลานานความวิตกกังวลหลักของนักเดินทางเป็นอัตราโฮเต็ลที่สูง คุณสามารถสำรองโรงแรมบุรีรัมย์ในไทยในค่าไม่แพงโดยทำตามข้อเสนอแนะส่วนล่างนี้:

บุ๊คห้องเช่าออนไลน์

จองห้องเช่าในไทยได้สบายผ่านทางเว็บไซต์เก็บห้องชุด การจับจองล่วงหน้าสามารถสนับสนุนให้คุณได้รับส่วนลด การบุ๊คห้องเช่าล่วงหน้าช่วยเหลือให้คุณได้รับโรงแรมทำนองเดียวกับห้องเช่าที่คุณเลือก โฮเต็ลในประเทศไทยให้ส่วนลดพิเศษสำหรับ บริษัท ที่บุ๊คออนไลน์พร้อมด้วย บริษัท กลุ่มนี้ส่งถัดไปยังผู้ซื้อของตน

 

บริการฟรี

ในเวลาที่จองโฮเต็ลและรีสอร์ทในเมืองไทยคุณควรจะสนใจกับบริการเสริมที่เหนือจากราคาห้องพัก บางโอกาสหากคุณวางเงินเพิ่มเล็กน้อยสำหรับค่าเช่าห้องข้อจำกัดอาจ เปลี่ยนแปลงราคาถูกกว่าถ้าคุณได้รับบริการเสริมเช่นอาหารการกินฟรีสปาฟรีหรือใช้ฟรีของโรงยิม รายจ่ายของบริการเหล่านี้สูงมากพร้อมทั้งสามารถเพิ่มรายการจ่ายในการเข้าพักได้เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นคุณควรคำนึงถึงทุนทั้งหมดก่อนที่จะลงความเห็นเงื่อนไข หากโฮเต็ลในไทยที่คุณต้องการจับจองไม่ได้ให้ส่วนลดคุณสามารถขอเขาทั้งหลายเสนอบริการฟรี

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับโรงแรมบุรีรัมย์ชั้นเยี่ยมในไทย กรุณาเยี่ยมชมโฮเต็ลชั้นแนวหน้าของไทย http://www.burirambestoffer.com

บ้านประหยัดพลังงาน โดยใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

พลังงาน ถือเป็นสิ่งที่มีค่าและมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของเราทุกคนไม่ว่าจะเป็นพลังงานน้ำ พลังงานน้ำมัน พลังงานไฟฟ้า ซึ่งความต้องการใช้พลังงานมีอัตราที่เพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปี ในขณะที่พลังงานต่าง ๆ มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น วิธีการประหยัดพลังงานซึ่งทำได้ทุกแห่งไม่ว่าจะในบ้าน ในรถยนต์ ในโรงเรียน และในสถานที่ทำงาน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะช่วยกันประหยัดพลังงานของชาติให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของทุกคนได้ ต่อไปนี้เป็นคำตอบถึงวิธีการประหยัดพลังงานอย่างง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้

บ้านประหยัดพลังงานของเมืองไทย ที่เจ้าของบ้านทั่วไปสามารถจะก่อสร้างเพื่ออยู่อาศัยได้ กำลังจะพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ จากเดิมเมื่อสักประมาณ 15 -20 ปีก่อน ที่มีอยู่ด้วยกัน 2 แนวทาง คือ บ้านที่ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยที่สุด หรือไม่ใช้พลังงานเลย อีกแนวทางที่พัฒนาขึ้นไปก็คือ บ้านที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ หรือใช้แล้วใช้ให้คุ้มค่า และเมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนาจนมีราคาที่ไม่แพงเกินไปและรัฐให้การส่งเสริมสนับสนุน โดยเฉพาะระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

แต่เมื่อสภาพแวดล้อมบางพื้นที่เปลี่ยนไป เช่น พื้นที่ในเมือง มีแต่ตึกแออัด ไม่มีที่โล่งและต้นไม้มีแต่ถนน การจะเปิดบ้านให้โล่งเพื่อรับลมก็จะเกิดปัญหาเพราะมีแต่ฝุ่นและควันรถ เป็นผลให้จำเป็นต้องปิดหน้าต่างแล้วเปิดแอร์เพื่อปรับอากาศที่ต้องใช้พลังงาน ดังนั้นบ้านจึงต้องออกแบบให้มีการรั่วซึมของอากาศน้อย ใช้วัสดุที่ช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ภายในบ้าน เช่น ใช้ฉนวนกันความร้อนมาเสริม หรือใช้กระจกที่มีสมบัติป้องกันความร้อนได้ดี เพื่อให้การใช้พลังงาน (ในการปรับอากาศ) มีประสิทธิภาพ แนวทางนี้ภาษาวิชาการเรียกว่าเป็นบ้านแบบ แอคทีฟซิสเต็ม (Active System) อย่างไรก็ตาม บ้านในแนวทางนี้ก็ยังต้องออกแบบวางตัวบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางแดดลม เพราะหากบ้านหลังใดออกแบบไม่ดี หันทิศทางไม่ถูกต้อง ปล่อยให้แดดส่องเข้ามาภายในบ้านเกิดเป็นความร้อนสะสมกักเก็บไว้ภายใน ผลก็คือร้อน และยิ่งร้อนมากขึ้นหากติดฉนวนทั้งบ้านโดยที่ไม่ได้รับการออกแบบที่ดี เพราะฉนวนกันความร้อนที่เราหวังจะให้กันความร้อนเข้า ก็จะกลายเป็นตัวกันไม่ให้ความร้อนระบายออก เมื่อเปิดแอร์ก็จะสิ้นเปลืองทั้งพลังงานและค่าไฟ

สองแนวทางแรกนี่เป็นแนวทางพื้นฐานที่ต้องคำนึงถึงและนำไปใช้ในบ้านทุกหลัง บ้านประหยัดพลังงานที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็เป็นการประยุกต์ใช้สองแนวทางข้างต้นผสมผสานกันนั่นเอง

วิธีการใช้เครื่องปรับอากาศแบบประหยัดพลังงาน

aca85396c1801aa1954a1a86f36d5d4cในช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงเวลาที่เมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุดเสมอ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เมืองไทยอากาศร้อนสุดๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นแล้วว่าเมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสร้างความเย็นให้ที่อยู่อาศัยมากเป็นอันดับต้นๆ การเลือกแอร์ที่ประหยัดไฟจึงเป็นปัจจัยแรกที่ควรนึกถึงทุกครั้งที่เลือกซื้อ และเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นระดับความประหยัดไฟฟ้าสูงที่สุดออกโดยกระทรวงพลังงาน และจะมีตรากระทรวงประทับอยู่บนฉลากเสมอ แอร์ประหยัดไฟเบอร์ 5 จึงเป็นแอร์ที่ควรได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเลือกซื้อแอร์ติดตั้งภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแอร์แบบฝังในเพดาน แอร์ติดผนัง หรือแอร์เคลื่อนที่

หากต้องการประหยัดค่าไฟและช่วยลดการใช้ไฟฟ้าของประเทศก็คงต้องเริ่มต้นด้วยการประหยัดใช้แอร์เป็นสิ่งแรก เนื่องจากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงถึงร้อยละ 40 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านหนึ่งหลังทีเดียว ฉะนั้นการบำรุงรักษาแอร์ให้อยู่ในสภาพดีจึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างมาก เพราะหากปล่อยให้แอร์สกปรก ฝุ่นจับใส้กรอง จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ลดลงครึ่งหนึ่ง แต่หากปล่อยให้ใส้กรองอากาศสกปรกอุดตัน แอร์ก็จะปล่อยความเย็นได้เพียงแค่ 6,000 บีทียูเท่านั้น ซึ่งอุณหภูมิจะไม่เย้นตามที่ตั้งใจแล้ว ยังสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุอีกด้วย

วิธีประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศ
1.ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่จะไม่อยู่ในห้องเกิน 1 ชั่วโมงสำหรับเครื่องปรับอากาศทั่วไป และ 30 นาที สำหรับเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5
2.หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศบ่อยๆ
3.ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่กำลังสบายอุณหภูมิที่ตั้งต่ำลง 1 องศา
4.ไม่ควรปล่อยให้มีความเย็นรั่วไหลจากห้องที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
5.ลดและหลีกเลี่ยงการเก็บเอกสารหรือวัสดุอื่นใดที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ
6.ติดตั้งฉนวนกันความร้อนโดยรอบห้องที่มีการปรับอากาศเพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้าภายในอาคาร
7.ใช้มูลี่กันสาดป้องกันแสงแดดส่องกระทบตัวอาคาร
8.หลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ห้องปรับอากาศ
9.ควรปลูกต้นไม้รอบๆอาคาร เพราะต้นไม้ขนาดใหญ่ 1 ต้นให้ความเย็นเท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน
10.ควรปลูกต้นไม้เพื่อช่วยบังแดดข้างบ้านหรือเหนือหลังคา เพื่อเครื่องปรับอากาศจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป
11.ปลูกพืชคลุมดิน เพื่อช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชื้นให้กับดิน จะทำให้บ้านเย็น
12.ในสำนักงานให้ปิดไฟ ปิดเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ในช่วงเวลา 12.00-13.00 น.
13.ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเริ่มงาน และควรปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเลิกใช้งานเล็กน้อย เพื่อประหยัดไฟ

การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้าน

03ba222d-0bce-4387-83b4-98df81aecd29ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้กระแสไฟฟ้าน้อยที่มีประสิทธิภาพสูง เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆกินไฟแม้ขณะที่เราปิดเครื่อง สำหรับ ทีวี เครื่องเล่นและบันทึกวิดีโอ เครื่องรับส่งเอกสาร เครื่องเสียงระบบไฮไฟ จอคอมพิวเตอร์ กล่องเคเบิล และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทางสายโทรศัพท์ เหล่านี้มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 40-120 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี รวมความสูญเสียในครัวเรือนทั้งสิ้นอาจมากถึงหลายร้อยกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ทั้งหมดนี้นับเป็นความสูญเปล่าโดยไม่เกิดประโยชน์อันใด ทางออกที่ดีที่สุดคือซื้อเครื่องใช้ที่กินไฟในการใช้พลังงานสำรองต่ำมากๆ การใช้พลังงานสำรองมีบอกไว้ในคู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์และสามารถตรวจสอบได้ก่อนซื้อ

โดยทั่วไปเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมักมีการใช้พลังงานสูงแทบทุกชนิด ดังนั้นผู้ใช้ควรต้องมีความรู้และทราบถึงวิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านลง และลดปัญหาในเรื่องการใฃ้พลังงานอย่างผิดวิธีด้วย การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ราคา ซึ่งถือเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญและควรคำนึงอยู่เสมอว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีราคาถูกนั้นไม่ใช่เป็นข้อสรุปในการตัดสินใจซื้อ เพราะของถูกอาจสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามาก และมีอายุการใช้งานสั้นก็ได้ การจะดูว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากหรือน้อยเพียงใด สามารถดูได้จากตัวเลขที่กำกับไว้บนเครื่องใช้ไฟฟ้าว่าใช้กำลังไฟฟ้ามากเพียงใด ถ้าใช้กำลังไฟฟ้ามากก็จะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามาก ทำให้ต้องเสียค่าพลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น ดังนั้นการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพดีสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ตลอดอายุการใช้งานดังนั้นควรเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการรับรองคุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

การรณรงค์ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมไปกับขอความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิต ผู้นำเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงแทนอุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพต่ำ ทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้มีการพัฒนาอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ให้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงตามไปด้วย ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ บัลลาสต์ หลอดตะเกียบ และพัดลม โดยจะเดินหน้าส่งเสริมให้มีการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆให้เป้นเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงให้แพร่หลายอย่างกว้างขวางและเพิ่มขึ้น อาทิหม้อหุงข้าว เตารีด และตู้แช่ เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ในการประหยัดพลังงานจากเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้น โดยมีฉลากเบอร์ 5 เป็นเครื่องหมายรับรองประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ต่างๆ

การปลูกต้นไม้เพื่อการอนุรักษ์พลังงานให้กับบ้าน

บ้าน คือที่พักอาศัยของเรา เป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ แต่ปัจจุบันหลายบ้านได้ถูกสร้าง โดยลืมถึงสภาพภูมิอากาศที่ตั้ง เพราะทำเลพื้นที่ไม่อำนวย การใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสม ทำให้ต้อง ปรับอากาศภายในบ้าน ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองและทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น หนทางที่จะลดการใช้ พลังงานคือการปรับเปลี่ยน วิถีชีวิต พฤติกรรม และใช้พลังงานให้คุ้มค่าที่สุด

การปรุงแต่งสภาพแวดล้อมภายนอกบ้านหรือการตกแต่งภูมิสถาปัตย์ให้เหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการประหยัดพลังงานเป็นแนวความคิดหลักประการหนึ่งในการออกแบบ เพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน ปัจจัยทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ แหล่งน้ำ ดิน ลม ลักษณะพื้นที่ ฯลฯ ล้วนมีอิทธิพลอย่างมากต่อสภาพแวดล้อมภายนอก และยังส่งผลถึงสภาวะภายในบ้านด้วย อีกทั้งปัจจัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ดังนั้น การนำปัจจัยธรรมชาติมาใช้ประโยชน์จึงถือเป็นความได้เปรียบในการออกแบบ ทั้งนี้ผู้ออกแบบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยธรรมชาตินั้น ๆ เป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในภาคเอกชน ด้วยข้อจำกัดทางด้านสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ดินสำหรับก่อสร้างอาคารบ้านเรือนมีราคาแพง ดังนั้น จึงไม่สามารถเลือกลักษณะพื้นที่และทิศทางของที่ดินได้ตามความต้องการ ซึ่งส่งผลให้การสร้างสภาพภูมิสถาปัตย์โดยรอบตัวอาคารด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น ดิน แหล่งน้ำ ทิศทางลม ฯลฯ ทำได้ยาก และต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ในภาคราชการ เช่น ภายในค่ายทหารมิได้มีข้อจำกัดในเรื่องนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าอาคารในอดีตส่วนใหญ่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงปัจจัยด้านการประหยัดพลังงาน ทำให้การปรับปรุงอาคารที่มีอยู่ให้เป็นอาคารที่ประหยัดพลังงานมีความยุ่งยากและต้องใช้งบประมาณสูงมาก มูลค่าในการประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นจึงไม่คุ้มกับการลงทุนปรับปรุงอาคาร

ปัจจัยพื้นฐานที่ควรคำนึงถึงในการปลูกต้นไม้เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
เชื่อว่าทุกคนคงจะมีความเข้าใจพื้นฐานที่ดีอยู่แล้วว่าการปลูกต้นไม้จะช่วยให้เกิดร่มเงาและรู้สึกสบายขึ้น รวมทั้งทำให้เกิดความสวยงามทางด้านภูมิสถาปัตย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งความเข้าใจเหล่านี้ถูกต้อง และได้รับการยืนยันจากการศึกษา และวิจัยจากหลายสถาบันแล้ว แต่อะไรเล่าที่เป็นเหตุผลหรือปัจจัยทางด้านเทคนิคที่จะอธิบายได้ว่าการปลูกต้นไม้บังแดดให้บ้าน มีผลทำให้เกิดความสบาย เหล่านี้เป็นปัจจัยพื้นฐาน 5 ประการ ที่ควรคำนึงถึง คือ
1.การใช้ต้นไม้เพื่อการปรับแต่งสภาพแวดล้อม
2.สภาพภูมิอากาศ
3.การแผ่รังสีของดวงอาทิตย์
4.การถ่ายเทความร้อนผ่านผนังภายนอกอาคาร
5.การวิเคราะห์การใช้พลังงานของอาคาร

ต้นไม้ชนิดต่าง ๆ สามารถกรองรังสีของดวงอาทิตย์ได้ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป มีอัตราการกรองรังสีของดวงอาทิตย์อยู่ในช่วงตั้งแต่ 50% ถึง90% โดยต้นไม้ที่มีพุ่มใบหนาทึบมาก เช่น พิกุล ประดู่อังสนา ตีนเป็ดฝรั่ง ฯลฯ และต้นไม้ที่มีความหนาแน่นของพุ่มใบปานกลาง แต่มีใบขนาดใหญ่ หนาและเรียงตัวซ้อนหลาย ๆ ชั้น จะสามารถกรองรังสีของดวงอาทิตย์ได้สูงถึง 80% – 90% เลยทีเดียว สำหรับต้นไม้ที่มีพุ่มใบค่อนข้างโปร่ง หรือมีใบขนาดเล็ก เรียว แคบ เช่น สนประดิพัทธ์ หมาก และปาล์มขวด จะกรองรังสีจากดวงอาทิตย์ได้เพียงประมาณ 50% – ๖๐ % เท่านั้น

บ้านประหยัดพลังงานช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

บ้านประหยัดพลังงานช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
บ้านประหยัดพลังงาน เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เป็นการใช้ประโยชน์จากพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด และเป็นพลังงานที่ไม่สามารถทดแทนกันได้อย่างคุ้มค่า โดยที่ยังตอบสนองความต้องการ และค่านิยมของยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์ โดยมุ่งเน้นการศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดในการประยุกต์ใช้สภาพแวดล้อม ของภูมิอากาศแบบร้อนขึ้นมาช่วยผสมผสานกับเทคโนโลยียุคใหม่ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาสร้างเป็นสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมกับเขตร้อนชื้นของประเทศไทยเรา ด้วยกรรมวิธีที่ทำให้สามารถประยัดพลังงานได้มากกว่าบ้านทั่วไปหลายเท่า โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและราคาไม่แพงไปกว่าบ้านที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน
แนวความคิดในการออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน
1. การเลือกใช้ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับที่ตั้งอาคาร คือการใช้ตัวแปรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ตั้งอาคารเพื่อทำให้สภาพแวดล้อมของบ้านเย็นลงกว่าเดิม
2. การเลือกที่ตั้งและทิศทางของอาคาร คือการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมให้เย็นเพื่อลดความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิภายใน และภายนอก ซึ่งก็คือให้ตัวบ้านสามารถสกัดกั้นความร้อนจากภายนอกได้มากที่สุด ซึ่งรวมถึงการออกแบบช่องเปิดและการควบคุมการรั่วซึมของอากาศ
3. การพิจารณาออกแบบและเลือกระบบเปลือกอาคาร คือการเลือกระบบผนังที่สามารถป้องกันความร้อนและความชื้นได้ดี เพราะวัสดุแต่ละชนิดที่ใช้เมื่อนำมาวิเคราะห์แล้วจะพบว่ามีความแตกต่างกัน มาก
4. การพิจารณาเลือกระบบที่มาใช้ภายในอาคาร คือการเลือกสรรวัสดุที่มีค่ากักเก็บความร้อนและความชื้นน้อย เช่น วัสดุผิวมัน วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ไป พร้อมกับการเลือกใช้เครื่องเรือนเท่าที่จำเป็นและเลือกใช้ชนิดที่มีน้ำหนัก เบาและไม่ดูดความชื้นด้านอุปกรณ์ควรใช้ที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานน้อย
5. อาคารที่พึงปรารถนา โดยตัวบ้านที่ออกแบบตามแนวคิดข้างต้นก็ยังไม่สามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมภายใน ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ แต่การออกแบบบ้านตามแนวคิดดังกล่าวก็จะใช้เครื่องปรับอากาศเพียงเล็กน้อย เท่านั้น
ประโยชน์ของเทคโนโลยี
1. ลดภาระของระบบปรับอากาศภายในบ้าน
2. ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์และใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3. สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้อยู่ในเขตสบายตามความต้องการ ก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย

บ้านประหยัดพลังงานต้นทุนต่ำ

บ้านประหยัดพลังงานต้นทุนต่ำ
จากกระแสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดความตื่นตัวในการสร้างบ้านประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้น และมุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาการอยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้ปานกลาง ถึงค่อนข้างน้อย ในอาคารที่อนุรักษ์พลังงานตามแนวทางธรรมชาติที่มีค่าก่อสร้างไม่แตกต่างจากอาคารทั่วไป รวมถึงสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศได้ ประกอบกับการเคหะแห่งชาติมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสังคม
บ้านประหยัดพลังงานต้นทุนต่ำ เพื่อการอยู่อาศัยในภาวะโลกร้อน เพื่อศึกษาและประเมินผลแบบลักษณะบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ให้มีความสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ในประเทศไทย วัสดุที่เหมาะสมที่นำมาใช้ร่วมในการก่อสร้าง และวัสดุทางเลือกที่ประหยัดพลังงาน โดยเป็นการพึ่งพาธรรมชาติให้อยู่อาศัยได้ในสภาวะน่าสบายโดยไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ กระบวนการก่อสร้างที่คำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย ปัจจัยด้านกายภาพ เช่น การวางผังบ้าน และการเลือกใช้วัสดุ ปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์ คำนึงถึงความคุ้มทุน และการเลือกใช้ที่ดินให้เหมาะสมกับรูปแบบบ้าน และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงการจัดการขยะ และสิ่งปฏิกูลอย่างถูกวิธี
ทั้งนี้ บ้านประหยัดพลังงาน 2 ชั้น มีจุดเด่นทางด้านเทคนิคการทำความเย็น โดยวิธีธรรมชาติ 3 ประการ ได้แก่ มวลสาร จะใช้มวลสารเบา เช่น ยิปซัมบอร์ด ผนังโครงเคร่าที่มีคุณสมบัติพิเศษในการระบายความร้อนกับห้องนอน เพื่อถ่ายเทความร้อนและดูดความเย็นเข้าห้องในเวลากลางคืน และใช้วัสดุมวลสารหนัก เช่น คอนกรีตเสริมเหล็กกับห้องที่ใช้ประโยชน์ในเวลากลางวัน ได้แก่ ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น เพื่อกันความร้อนที่จะเข้ามาในห้อง ผู้อยู่อาศัยจึงสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ ลมธรรมชาติ ด้วยการสร้างหลังคา 2 ชั้น เพื่อให้ลมไหลผ่านได้มาก และมีช่องเปิดเพื่อรับลมตามจุดต่างๆ ให้เหมาะสม เช่น ห้องทำงาน จะมีช่องเปิดน้อยสุด เพราะอากาศด้านนอกจะร้อนกว่าด้านใน ส่วนห้องนอนจะมีช่องเปิดมากกว่าเพื่อให้ลมพัดผ่านได้มาก และระบบการระเหยของน้ำ ทำการติดตั้งปั๊มน้ำไว้บนหลังคา ปล่อยน้ำให้ไหลลงมาตามโซ่ที่ได้ติดตั้งไว้ ทำให้เกิดไอความชื้น หรือไอน้ำ ช่วยให้อากาศบริเวณบ้านเย็นขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในบ้านที่เหมาะสมให้อยู่ในระดับประมาณ 27 องศาเซลเซียส

เทคนิคเบื้องต้นในการประหยัดพลังงานภายในบ้าน

บ้านเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต หลายคนมีความฝันอยากมีบ้านเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นบ้านทาวเฮ้า อาคาร บ้านปูน บ้านไม้ เป็นต้น แต่นอกจากจะเลือกบ้านตามแบบที่ชอบแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการประหยัดพลังงานด้วย เพราะในหลายๆครอบครัวไม่มีการเตรียมพร้อม เมื่อพอถึงเวลากับต้องชำระค่าใช้จ่ายที่บานปลาย ซึ่งนอกจากจะต้องประหยัดที่ตัวบุคคลแล้ว ยังมีวิธีที่ช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้าน อีกหลากหลายวิธี ดังนี้

1.ติดตั้งฉนวนกันความร้อน ที่สามารถกั้นไม่ให้ความร้อนถ่ายเท หรือส่งผ่านจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ยิ่งความร้อนส่งผ่านได้ยากเท่าไร ยิ่งถือว่าฉนวนกันความร้อนมีคุณภาพดี ซึ่งแบ่งตามงบประมาณ ดังนี้
1.1 งบประมาณเพียงพอ ควรติดที่ผนังและหลังคาของทุกห้องที่มีการปรับอากาศ เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานไม่หนัก

1.2 งบประมาณปานกลาง ควรติดที่หลังคา และเลือกติดที่ผนังด้านที่ร้อนที่สุด 1-2 ด้าน ในด้านที่โดนแดดมากๆ

1.3 งบประมาณน้อย ติดที่หลังคา ช่วยประหยัดพลังงานได้ เพราะหลังคาเป็นส่วนที่ได้รับความร้อนมากที่สุด สำหรับบ้านที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ควรหางบประมาณสำหรับติดฉนวนที่หลังคา เพื่อไม่ให้ความร้อนกระจายลงมา หรือติดผนังด้านที่ร้อนแทน

2.เอาของร้อนและชื้นออกจากห้องแอร์  เครื่องปรับอากาศมีหน้าที่ทำความเย็น ในเมืองไทยพลังงานที่ใช้ในการทำความเย็นนั้นเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็น ส่วนที่เหลือหมดไปกับการทำให้อาหารในห้องแห้ง จึงไม่ควรนำของร้อนเข้ามาภายในห้องแอร์

3.ปิดแอร์อย่าเปิดประตูหน้าต่างทันที การเปิดหน้าต่างทันที หลังจากเปิดแอร์นั้น จะทำให้ความชื้นจากภายนอกเข้ามาสะสมอยู่ในผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ทำให้เครื่องปรับอากาศใช้พลังงานในการรีดความชื้นออกไป

4.เปิดพัดลม การที่ห้องปรับอากาศมีขนาดใหญ่ ลมจากเครื่องปรับอากาศจะกระจายไม่ทั่วถึง การเปิดพัดลมตั้งพื้นช่วยกระจายความเย็น ให้ทั่วห้องจะประหยัดไปมากกว่า การลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศลง

5.ทำกิจกรรมในบ้านพร้อมกัน เช่นการกินอาหารในแต่ละมื้อ ก็จะช่วยลดค่าไฟของไมโครเวฟ ค่าก๊าซหุงต้มจากการอุ่นอาหาร

6.ไม่ควรสร้างรั้วบ้านสูงจนเกินไป การสร้างรั้วสูงจะบังลมที่พัดเข้าบ้าน ทำให้รู้สึกอึดอัด และลมพัดระบายอากาศน้อยลง

วิธีการปรับเปลี่ยนบ้านเก่าให้ประหยัดพลังงาน

การจะสร้างบ้านให้ประหยัดพลังงานได้นั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่หากมีบ้านของตนเองอยู่แล้วก็สามารถทำให้บ้านธรรมดาเป็นบ้านที่ประหยัดพลังงานได้โดยไม่ต้องสร้างใหม่ โดยใช้เทคนิคในการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเท่านี้ก็สามารถทำให้บ้านเป็นบ้านประหยัดพลังงานได้ไม่ยาก
วิธีการปรับเปลี่ยนบ้านให้ประหยัดพลังงาน มีดังนี้

1.รั้วบ้านต้องมีความโปร่ง เพื่อให้ลมเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้บ้านไม่อับ ควรใช้วัสดุที่สามารถสะสมความร้อนไว้ในตัวเองได้ เช่น อิฐมอญ คอนกรีต เสริมเหล็ก คอนกรีตบล็อก

2.ปลูกต้นไม้ให้บ้านมีความสดชื่น ใบไม้ช่วยลดแสงแดดที่ตกกระทบตัวบ้านและให้ร่มเงาที่ร่มเย็นแก่ผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

3.ต้องมีช่องให้ลมเข้าออกทางประตูหน้าต่าง อย่างน้อยสองด้าน มิฉะนั้นลมจะไม่สามารถไหลผ่านได้และสิ่งที่ดีที่สุดคือการออกแบบให้ช่องหน้าต่างอยู่ตรงข้ามกันและมีขนาดใหญ่เท่าเทียมกันจะทำให้การระบายความร้อนเกิดขึ้นมากที่สุด

4.ติดฉนวนกันความร้อนให้กับห้องที่มีเครื่องปรับอากาศทำให้ห้องเย็นสบายจากแสงแดดและ ป้องกันความร้อนเข้าตัวบ้านแล้วยังทำให้สภาพภายในห้องปรับลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีความร้อนสะสมอยู่ภายในห้องน้อยจึงช่วยลดค่าไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศได้

5.วางตำแหน่งคอมเพรสเซอร์ให้อยู่ในจุดที่พัดลมของเครื่องสามารถระบายความร้อน ได้สะดวก ไม่มีสิ่งกีดขวางทิศทางลม และนอกจากนี้ตัวเครื่องต้อง ไม่ได้รับความร้อนจากแสงแดดมากนักในช่วงเวลากลางวัน เช่น ทิศเหนือหรือตะวันออก เพราะการสะสมความร้อนที่ตัวเครื่องในปริมาณมาก จะทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟมากขึ้น

6.ทาสีผนังให้เป็นสีอ่อน ซึ่งสีอ่อนจะมีคุณสมบัติสะท้อนแสงแดด และการถ่ายเทความร้อนเข้าภายในบ้านดีกว่า สีเข้มตามลำดับความเข้มของสี ผนังภายนอกที่สัมผัสแสงแดดจึงควรเลือกใช้สีโทนอ่อน เช่น ขาว ครีม

7.หันบ้านให้ถูกทิศ รูปทรงบ้านที่ดีต้องหลีกเลี่ยงการรับแสงแดดในทิศดังกล่าวนอกจากนี้ลมประจำที่พัดผ่านประเทศไทยมีทิศทางชัดเจนจากทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูร้อน และฤดูฝน และพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือในฤดูหนาวการวางผังบ้านและทิศทางตำแหน่งช่องหน้าต่างเพื่อระบายความร้อนในบ้าน จึงต้องคำนึงถึงทิศทางกระแสลมเหล่านี้เป็นสำคัญอีกด้วย

วิธีง่ายๆประหยัดพลังงานในบ้าน

พลังงานเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เยอะก็จริง แต่ถ้าเราไม่รู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด สักวันหนึ่งพลังงานที่เอื้ออำนวยให้เราได้รับความสะดวกสบายทุกวันนี้ ก็มีโอกาสที่จะหมดไปจากโลกเราได้ง่าย ๆ เหมือนกัน ซึ่งปัญหาแหล่งทรัพยากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นประเด็นที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจไม่น้อย และหากคุณเองก็เป็นหนึ่งคนที่อยากจะประหยัดพลังงานกับเขาบ้าง ก็เริ่มได้ง่าย ๆ จากบ้านของเราเอง ซึ่งนอกจากจะได้ช่วยลดโลกร้อนแล้ว ยังส่งผลโดยตรงกับรายจ่ายประจำบ้าน ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้อีกเยอะอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ ลองไปดูวิธีประหยัดพลังงานในบ้านกันนะคะ

1. ปรับอุณหภูมิแอร์อย่างเหมาะสม

ตามสถิติการใช้ไฟของทุกบ้านจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน ซึ่งหลัก ๆ จะเกิดจากการเปิดใช้แอร์ที่มากขึ้นนั่นเอง และถึงแม้ว่าหลายคนจะรู้ดีอยู่แล้วว่า ควรจะปรับอุณหภูมิแอร์ให้อยู่ในระดับ 25 องศาเซลเซียส แต่บางครั้งความร้อนระอุของอากาศก็ทำให้เราเผลอลืมตัว ลดอุณหภูมิแอร์ลงอีกหน่อยอย่างช่วยไม่ได้ แต่ถ้าอยากจะประหยัดพลังงานจริง ๆ ต่อไปลองบังคับตัวเองให้เปิดแอร์ในอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสให้ได้ดีกว่านะ เพราะเพียงแค่นี้ก็ช่วยให้คุณลดการใช้พลังงานลงไปได้เยอะเชียวล่ะ

2. ลดการใช้แอร์

นอกจากการปรับอุณหภูมิแอร์ให้ไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียสแล้ว เราก็ควรเลี่ยงการเปิดแอร์บ้าง อย่างวันไหนที่อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนจัดจนเกินไป เปิดแค่พัดลมและหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ก็น่าจะพอเนอะ ยิ่งพอเข้าสู่หน้าหนาว อากาศเย็น ๆ อย่างช่วงนี้ คงไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์สักเท่าไรเลย ก็ถือโอกาสใช้ช่วงเวลาหน้าหนาวให้เป็นประโยชน์ในการประหยัดไฟไปในตัว

3.อาบน้ำเย็นเแทนน้ำอุ่น

ต้องยอมรับว่าการอาบน้ำอุ่น ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้มากจริง ๆ หลายคนก็เลยติดใจ ต้องอาบน้ำอุ่นทุกครั้ง แม้วันนั้นอากาศจะร้อนมากแค่ไหนก็ตาม แต่รู้ไหมคะว่า แค่คุณเลี่ยงการใช้น้ำอุ่น หรือแค่ลดอุณหภูมิน้ำอุณให้เย็นลงสักนิด ก็สามารถประหยัดไฟได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ที่สำคัญหากเปลี่ยนใจมาอาบน้ำเย็นได้ ผิวพรรณของคุณก็จะดูชุ่มชื้นขึ้น ร่างกายก็จะได้ความสดชื่นอีกด้วยนะ

4. เลือกใช้หลอดประหยัดไฟ

หากในบ้านของคุณยังคงใช้หลอดไฟแบบธรรมดา ไม่ได้มีฉลากประหยัดไฟ คงต้องลงทุนเปลี่ยนหลอดไฟเป็นแบบฟลูออร์เรสเซ้นส์แล้วล่ะ เพราะหลอดไฟแบบประหยัดไฟ ให้แสงสว่างพอ ๆ กับหลอดไฟธรรมดา แต่ไม่ทำให้เปลืองไฟนะจ๊ะ

5. ล้างฟิลเตอร์แอร์และพัดลมฟอกอากาศเสมอ

สำหรับบ้านที่มีเครื่องปรับอากาศ ควรต้องถอดฟิลเตอร์แอร์ออกมาล้างทำความสะอาดบ่อย ๆ เพราะถ้าปล่อยให้ฝุ่นละอองสะสมอยู่ในฟิลเตอร์อย่างนั้น จะทำให้แอร์ทำงานหนักมากขึ้น เปลืองไฟอย่างใช่เหตุ นอกจากนี้ควรถอดพัดลมฟอกอากาศมาล้างด้วย ลมเย็น ๆ จะได้พัดผ่านเข้ามาในบ้านเราได้อย่างสะดวก

จริง ๆ แล้วยังมีวิธีประหยัดพลังงานอีกมากมายที่เราสามารถทำได้ อย่างเช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หรือใช้จักรยาน และใช้บริการรถสาธารณะแทนการขับรถส่วนตัว แต่บางอย่างก็ต้องยอมรับว่า ค่อนข้างลำบากที่จะทำ ดังนั้นวิธีประหยัดพลังงานที่เราแนะนำ ก็น่าจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่ปฏิบัติตามได้ง่าย ๆ เนอะ

การออกแบบบ้านให้เย็นเพื่อช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า

ปัจจุบันภูมิอากาศที่ทวีคูณความร้อนขึ้นทุกวัน เป็นเหตุที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยต่างหาวิธีการที่จะทำให้บ้านเย็นมากขึ้น โดยส่วนใหญ่มักจะจัดการกับปัญหาด้วยวิธีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็มีอีกสารพันปัญหาไม่ว่าจะเป็นค่าไฟที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งความร้อนจากการทำงานของเครื่องได้ส่งผลให้อากาศโดยรอบบ้านร้อนขึ้น เมื่อบ้านร้อนทำให้มีการใช้พลังงานเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความเย็นเพิ่มขึ้น และทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นการปรับบ้านให้เย็น จัดบ้านใด้น่าอยู่ จะช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัยมีความสุข สุขภาพจิตดี และสุขภาพกายก็จะดีตามมาอีกด้วย ฉะนั้นก่อนสร้างบ้านควรศึกษาเรื่องทิศทางและวางผังบ้านให้ตรงกับหลักการ โดยบริเวณหน้าบ้าน ห้องรับแขก หรือห้องนอน ไม่ควรหันหน้าไปในทิศตะวันตก เพราะจะทำให้พื้นที่นั้นรับแดดตลอดช่วงบ่าย และวนเวียนอยู่ภายในจนถึงกลางคืน ทำให้บ้านร้อน ถ้าเป็นไปได้ควรหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้จะสามารถรับลมได้ดีถึง 8 เดือน

การจะทำให้บ้านเย็นนั้นจะต้องมีการสร้างเกราะป้องกันความร้อนด้วยฉนวนกันความร้อนรอบๆตัวบ้านก่อน เช่น หลังคาติดตั้งระบบพ่นฝอยละอองน้ำหลังคา ระบบนี้จะมีอุปกรณ์พ่นฝอยละอองน้ำอยู่เหนือหลังคา เมื่อแดดร้อนสามารถเปิดระบบให้พ่นฝอยละอองน้ำ ซึ่งการระเหยของน้ำจะช่วยดูดความร้อนจากแผ่นมุงหลังคาให้เย็นลงได้ทำให้บ้านเย็น การทำช่องใต้หลังคาเพื่อระบายความร้อนจากแผ่นหลังคาออกไปโดยการทำช่องระบายอากาศใต้ชายคา หรือที่จั่วหลังคาหรือติดตั้งเครื่องระบบระบายกาศโดยอาศัยพลังลมที่หลังคา หรือการเลือกสีหลังคาให้เลือกใช้วัสดุมุงหลังคาที่มีสีขาวหรือสีอ่อน เพราะจะช่วยสะท้อนความร้อนได้มากกว่าสีดำหรือสีเข้มถึง 30-80% หรือเคลือบหลังคาด้วยสีซีรามิกจะช่วยสะท้อนความร้อน แต่การใช้สีซีรามิก จะต้องทำความสะอาดฝุ่นบนหลังคาเสมอ เพื่อคงปริสิทธิภาพการสะท้อนความร้อน แต่ถ้าเลือกใช้กระเบื้องโมเนีย เป็นวัสดุมุงหลังคาแล้ว เจ้าของบ้านไม่ควรทาสีซีรามิกอีก

การเลือกใช้วัสดุที่ช่วยป้องกันและสะท้อนความร้อนภายในบ้านมาจากหลังคา ดังนั้นจึงไม่ควรเสียดายเงินในการวางระบบและเลือกซื้อวัสดุที่ดีที่จะช่วยป้องกันความร้อนที่ไหลมาทางหลังคา บ้านใหม่ควรให้ความสำคัญกับการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคาป้องกันความร้อนที่สามารถติดตั้งได้ในบ้านสร้างใหม่เท่านั้น ส่วนบ้านเก่าสามารถป้องกันความร้อนจากหลังคา ด้วยการปูฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน การติดตั้งฉนวนกันความร้อนจะช่วยป้องกันความร้อนจากโถงหลังคาไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านใช้ได้ทั้งบ้านเก่าและบ้านสร้างใหม่

สร้างบ้านให้ประหยัดพลังงาน-ทุ่นค่าใช้จ่ายระยะยาว

บ้านพักอาศัยหลายหลังมักถูกสร้างโดยลืมนึกถึงสภาพภูมิอากาศที่บ้านตั้งอยู่ หรือใช้วัสดุไม่เหมาะสม รวมถึงการอยู่อาศัยอย่างไม่สอดคล้องกับเมืองร้อน ทำให้ต้องมาแก้ไขภายหลังสร้างเสร็จโดยการใช้เครื่องปรับอากาศภาพในบ้าน ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงาน และทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

ทั้งๆ สามารถลดใช้พลังงานในบ้านพักอาศัยแต่แรกที่เริ่มเลือกปลูกสร้าง รวมถึงรู้จักปรับวิถีชีวิต พฤติกรรม และบ้านเรือนให้สามารถอยู่อาศัยได้สบาย โดยมีการใช้พลังงานน้อยที่สุด หรือหากต้องใช้พลังงาน ก็ใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ลองดูกันว่า “สร้างบ้านให้ประหยัดพลังงาน” ต้องเลือกพิจารณาอย่างไร

1. หันบ้านให้ถูกทาง

บ้านที่อยู่อาศัยแล้วสุขสบาย ควรเป็นบ้าน “อยู่เย็นเป็นสุข“ “ร่มรื่น ร่มเย็น“ “โล่ง โปร่ง สบาย” ดังนั้น สภาพแวดล้อมรอบๆ บ้านมีส่วนช่วยทำให้บ้านเย็นสบาย เช่น มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา มีแหล่งน้ำที่ให้ความเย็น ไม่มีอาคารกีดขวางทางลม ฯลฯ

การวางตำแหน่งบ้านที่ดีจะทำให้ภายในบ้าน ได้รับประโยชน์จากธรรมชาติมากที่สุด ดวงอาทิตย์อ้อมใต้ ความร้อนที่เกิดในบ้านส่วนใหญ่มาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกแล้วเคลื่อนตัวอ้อมไปทางทิศใต้จนไป ตกทางด้านทิศตะวันตก ดังนั้น การวางตำแหน่งของบ้าน อาจใช้หลัก “เปิดรับแสงด้านเหนือ” และ “กันแดดด้านตะวันตกและใต้” เท่านี้ก็พอจะสู้รบกับความร้อนได้อย่างดี และประหยัดพลังงานทีเดียว

ดูทิศทางลมเหนือและลมใต้ ลมที่พัดผ่านประเทศเรามี 2 ชนิด คือ ลมมรสุมฤดูร้อน ที่พัดมาจากทางทิศใต้ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมฤดูหนาว ที่พัดมาจากทิศเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้น การจัดวางบ้าน ควรจะจัดให้มีช่องเปิดที่ด้านทิศเหนือ และทิศใต้ ทั้ง 2 ด้าน

2. กางร่มให้บ้าน

ต้นไม้สุดยอดร่มเงา การปลูกต้นไม้บริเวณรอบๆบ้าน นอกจากความร่มรื่นความสดชื่น อากาศบริสุทธิ์ที่ได้รับจากต้นไม้แล้ว ต้นไม้ยังดึงเอาความร้อนที่อยู่รอบๆ ไปทำให้น้ำที่รากดูดขึ้นมาจากใต้ดิน ระเหยเป็นไอน้ำผ่านออกทางปากใบ ทำให้อากาศรอบๆต้นไม้เย็นลง
ติดกันสาดให้บ้าน การติดตั้งกันสาด หรือแผงกันแดด เป็นการป้องกันความร้อนและแสงแดด ไม่ให้ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา เป็นความร้อนสะสมอยู่ในบ้าน กันสาดหรือแผงกันแดดที่ดีนั้น ต้องกันแสงแดด ไม่ให้ส่องผ่านเข้ามาในบ้านให้มากที่สุด แต่อย่าให้มากไปจนทำให้บ้านมืด

3. อย่าใส่แหล่งความร้อน

การที่ลานรอบบ้านเป็นลานคอนกรีตนั้นจะเป็นตัวดูดความร้อนโดยเฉพาะที่อยู่ด้านทิศใต้หรือทิศตะวันตก เมื่อมีลมพัดมาก็จะนำความร้อนและฝุ่นจากพื้นคอนกรีตนี้มาด้วย ดังนั้น จึงควรจัดให้บ้านมีพื้นที่แบบนี้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ปูฉนวนให้พื้นดิน การปลูกหญ้าหรือไม้คลุมดินรอบๆบ้าน นอกจากเป็น “การปูฉนวนกันความร้อน” ให้กับพื้นดิน ยังเสมือน “ ตัวป้องกันฝุ่น” และยังให้ความร่มรื่นสบายตา ลดการสะท้อนของแสงอีกด้วย

4. ยอมให้ลมพัดผ่าน

ทุกครั้งที่มีลมพัดผ่านตัวเราเราจะรู้สึกเย็นสบาย ถ้าบ้านเรามีลม (เย็น)พัดผ่านเข้าบ้าน บ้านเราอาจไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือเปิดก็เพียงเล็กน้อย
ดังนั้น การวางบ้านหรือช่องหน้าต่างที่เหมาะสมกับทิศ บ้านก็มีโอกาสที่จะรับลมได้ มีทางให้ลมเข้า ต้องมีทางให้ลมออก การให้แต่ละห้องมีหน้าต่างอยู่ด้านตรงข้ามกัน จะทำให้อากาศถ่ายเทในห้องได้มาก รวมถึงอย่าวางเฟอร์นิเจอร์ขวาง หรือบังทางลมเข้าออกด้วย

5. เปิดบ้านรับแสงธรรมชาติที่ดี

การที่แต่ละห้องมีช่องแสงหรือหน้าต่างให้แสงธรรมชาติส่องสว่างเข้ามาในห้องได้นั้น ประโยชน์ที่เห็นชัดที่สุดคือ ไม่เสียสตางค์ค่าไฟฟ้าเพื่อที่จะเปิดโคมไฟ ในเวลากลางวัน
การรับแสงธรรมชาติเข้าบ้านที่ดีนั้นควรอยู่ในทิศทางที่ไม่มีแสงแดดเข้ามา การที่มีช่องแสงหรือหน้าต่างทางทิศเหนือนั้น จะรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้ดีที่สุด หรือทางทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือที่ช่วงบ่ายจะไม่โดนแดด ก็จัดว่าได้รับแสงธรรมชาติที่ดีเช่นกัน

6. ปรับที่ และปรับตัว

เชื่อว่าที่บ้านของทุกคนนั้นจะมีบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ไม่ว่าในหรือนอกบ้านที่ค่อนข้างจะเย็นสบาย ที่สุดในแต่ละเวลา เช่น มีร่มเงาลมพัดผ่านอยู่เสมอ เมื่อรู้แล้วว่าเป็นบริเวณใด ลองปรับการใช้สอยของตัวเรา เช่น จัดบริเวณนั้นให้เป็นที่ตั้งโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งเล่น พักผ่อน เท่านี้ก็เป็นการ “เคลื่อนตัวเราหาลมและแสงธรรมชาติ” อย่างง่าย

รวมถึงการใส่เสื้อผ้าให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และมีการปรับตัวโดยสวมใส่เสื้อผ้า เบา บาง ในหน้าร้อนให้ร่างกายสบาย เพื่อที่จะไม่ต้องตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำมาก

การเลือกใช้วัสดุเพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม

หลังจากที่ทุกคนเริ่มรับรู้ถึงปัญหาจากภาวะโลกร้อน จึงจำเป็นที่ต้องหันมาใช้วัสดุเพื่อช่วยในการประหยัดพลังงาน การใช้วัสดุประเภทนี้ก็เพื่อที่จะช่วยให้คุณลดค่าใช้จ่ายในการใช้พลังงานของบ้านคุณในแต่ละเดือนให้ลดลงมากว่าที่เคยเป็น และรู้จักใช้ประโยชน์จากวัสดุประหยัดงาน เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างสูงที่สุด ปัจจุบันมีวัสดุก่อสร้างที่ช่วยประหยัดพลังงาน ออกมาหลากหลายรูปแบบ ให้ได้เลือกใช้ตามลักษณะงานแต่ละประเภท โดยการเลือกใช้วัสดุนั้น คุณจะต้องคำนึงถึงความสามารถในการช่วยลดความร้อนหรือประหยัดพลังงาน มากกว่าคำนึงถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียว ความสวยงามมันก็ดีทำให้บ้านดูสวยงาม แต่ประโยชน์การใช้สอยต้องดูว่าเหมาะสมกับบ้านคุณหรือไม่ วัสดุผนัง จำพวกผนังกันความร้อนเช่น ผนัง Steelcon ที่มีการออกแบบให้มีฉนวนตรงกลางระหว่างชั้นคอนกรีตเสริมเหล็กภายนอก 2 ชั้น มีประสิทธิภาพดีกว่าผนังอิฐมอญ 10 เท่า ดีกว่าอิฐมวลเบา 3 เท่า และยังแข็งแรงกว่า 2-3 เท่า เพราะเป็นผนังชนิดเดียวที่เสริมเหล็ก

แต่เนื่องจากระบบผนัง Steelcon มีราคาแพงและมีข้อยุ่งยากในการติดตั้ง หากมีข้อจำกัดในด้านงบประมาณ คุณอาจพิจารณาเลือกใช้อิฐมวลเบา หรือการก่อกำแพงอิฐมอญ 2 ชั้น ซึ่งราคาประหยัดกว่า ไม่ควรใช้ผนังอิฐมอญชั้นเดียว เพราะอิฐมอญมีคุณสมบัติเป็นตัวนำความร้อน จะทำให้บ้านร้อน การกำแพงอิฐมอญ 2 ชั้นจะเย็นกว่าการใช้อิฐมวลเบา วัสดุหลังคา ซึ่งปัจจุบัน มีเทคโนโลยีออกมาใหม่ หลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบที่ช่วยกระจายความร้อน แต่ที่กำลังมาแรงก็คือหลังคาที่ทำมาจากยางพารา โดยนำมาผสมกับผงขี้เลื้อย ไม้ยางพาราซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งที่มีราคาถูก เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ยางพาราที่แข็งและคงรูปเป็นหลังคาได้ และมีราคาที่ไม่แพง นอกจากนี้หลังตาที่ทำจากยางพารา ยังสามารถเป็นทั้งหลังคาและฉนวนกันความร้อนในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกในการติดตั้ง และน้ำหนักของหลังคาที่จะเบากว่าหลังคาทั่วไป ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แบบอิสระสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้โหลดได้ทั้งกลางวันและกลางคืน อุปกรณ์ระบบที่สำคัญประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์ควบคุมการประจุแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เปลี่ยนระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับชนิด Stand alone เป็น

วิกฤติการณ์ด้านพลังงานทำให้เกิดธุรกิจบ้านพลังงานมากมาย

วิกฤติการณ์ด้านพลังงานได้ก่อตัว และทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการขาดแคลนแหล่งพลังงาน และผลกระทบของการใช้พลังงาน ที่มีต่อสภาวะสิ่งแวดล้อม ทุกภาคส่วนจึงต้องตระหนักถึงวิกฤตการณ์นี้ และพยายามคิดค้นเพื่อหาทางออก หนทางหนึ่งในการแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าวคือ การใช้พลังงานทดแทนพลังงานทดแทน โดยทั่วไปหมายถึงพลังงานที่มีอยู่ทั่วไปตามธรรมชาติและสามารถมีทดแทนได้อย่างไม่จำกัด (เมื่อเทียบกับพลังงานหลักในปัจจุบัน เช่น น้ำมันหรือถ่านหินซึ่งมีเฉพาะที่ และรวมถึงต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมันใหม่ๆ) ตัวอย่าง พลังงานทดแทนที่สำคัญเช่นแสงอาทิตย์ ลม คลื่นทะเล กระแสน้ำ ความร้อนจากใต้ผิวโลก พลังงานจากกระบวกการชีวภาพ เช่นบ่อก๊าซชีวภาพ

เนื่องจากแต่ละท้องถิ่นมีโครงสร้างพื้นฐาน สภาพแวดล้อมและวัตถุดิบที่จะนำมาแปลงสภาพเป็นพลังงานเพื่อใช้งานในท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นแต่ละท้องถิ่น หรืออาจจะเริ่มต้นที่ครัวเรือน จะต้องพิจารณาว่ามีอะไรบ้างที่มีศักยภาพ เพียงพอที่จะนำมาผลิตเป็นพลังงานเพื่อใช้ในครัวเรือน หรือท้องถิ่นของตนเองได้บ้าง อาทิเช่น เชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งเป็นวัสดุหรือสารอินทรีย์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานได้ ชีวมวลนับรวมถึงวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เศษไม้ ปลายไม้จากอุตสาหกรรมไม้ มูลสัตว์ ของเสียจากโรงงานแปรรูปทางการเกษตร และของเสียจากชุมชน หรือกากจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย เศษไม้ กากปาล์ม กากมันสำปะหลัง ซังข้าวโพด กาบและกะลามะพร้าว และส่าเหล้า  เชื้อเพลิงชีวภาพ เชื้อเพลิงที่ได้จากชีวมวล เป็นพลังงานที่ได้จากพืชและสัตว์โดยมีพื้นฐานจากการสังเคราะห์แสงแล้วเก็บรวบรวมพลังงานจากดวงอาทิตย์เอาไว้ในรูปของพลังงานเคมี หรือองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตหรือสารอินทรีย์ต่างๆ รวมทั้งการผลิตจากการเกษตรและป่าไม้ เช่น ไม้ฟืน แกลบ กากอ้อย วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอื่นๆ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ (น้ำตก น้ำขึ้นน้ำลง คลื่น ลำธาร ลำห้วย) ตลอดจน พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น เมื่อครัวเรือน หรือท้องถิ่นทราบศักยภาพว่าตนเองมีความพร้อมที่จะผลิตพลังงานจากแหล่งใดมากที่สุดแล้ว ก็สามารถพิจารณาดำเนินการได้ โดยอาจเริ่มจากการไปศึกษาดูงาน หรือขอคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น จากครัวเรือน หรือท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จในการผลิตพลังงานขึ้นใช้เอง หรือจากหน่วยงานราชการ  รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งจะทำให้ได้แนวทางในการพัฒนาพลังงานท้องถิ่นขึ้นใช้เองอย่างเหมาะสมและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง

การสร้างบ้านประหยัดพลังงานและการใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี SOLAR CELL

เนื่องจากอากาศร้อนขึ้นทุกวันในปัจจุบัน ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกทั้งยังมีการเกิดอุทกภัยต่างๆ ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการใช้พลังงานในอาคารสูงขึ้น คอนโดต่างๆ และบ้านเรือนที่ต้องใช้พลังงานส่วนใหญ่กับเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความเย็น ทำให้อนาคตยิ่งขาดแคลน พลังงานมากขึ้น

ดั้งนั้นจำเป็นต้องหันมาช่วยกันอนุรักษ์พลังงาน ในอาคาร หรือสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะบ้านซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตควรนำหลักการประหยัดพลังงานมาใช้ร่วมกับเซลล์แสงอาทิตย์ เพราะนอกเหนือไปจากการประหยัดพลังงานแล้วยังสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้อีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการสร้างบ้านประหยัดพลังงานได้แก่
1. หลังคา Shingles Roof ที่แตกต่างจากหลังคาทั่วไปคือป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์มีน้ำหนักเบากว่าหลังคาโดยทั่วไป คงทน และมีความสวยงามเข้ากับธรรมชาติได้อย่างดี
2.กระจก Heat Stop เป็นกระจกฉนวนภายในช่องว่างระหว่างกระจกเคลือบด้วยสารที่มีสภาพการแผ่รังสีต่ำทำหน้าที่ป้องกัน ความร้อนความชื้นจากอากาศภายนอกเข้าตัวบ้าน
3.ผนัง EIFS เป็นระบบเคลือบกันความร้อน และความชื้นด้านภายนอกอาคารโดยตรง
ซึ่งบ้านที่มีแนวความคิดในการออกแบบอย่างนี้จะมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ระบบธรรมชาติผสมผสานกับการใช้ระบบการประหยัดพลังงานเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะเป็นรูปแบบของบ้านพักอยู่อาศัยที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยในเขตเมือง และบริเวณโดยรอบบ้านมีพื้นที่พอเพียงที่จะสร้างสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่ดี ในการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานที่ดี จึงจำเป็นต้องอาศัยแนวความคิดตามหลักธรรมชาติมาใช้ร่วมกันในการสร้างและรักษาสภาวะภายในบ้านให้น่าอยู่และสบายได้โดยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน
ฉะนั้นการให้ความสำคัญกับเรื่องการประหยัดพลังงานและการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดีแล้วยังสร้างความสบายให้กับผู้อยู่อาศัย ซึ่งบ้านในรูปแบบอนุรักษ์พลังงงานตามแนวคิดธรรมชาติ จะช่วยให้บ้านเย็นลง ทำให้ลดการใช้พลังงานของเครื่องทำความเย็น แอร์ พัดลม อย่างมาก ซึ่งการติดตั้งSOLAR CELL เพื่อผลิตพลังงาน มาใช้ในบ้าน หรืออาคารจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงอีกด้วย และอาจจะไม่ต้องพึ่งพาระบบพลังงานไฟฟ้าจากสายไฟดังนั้นการนำSOLAR CELLมาใช้ถือได้ว่าเป็นแนวคิดใหม่ของการอนุรักษ์พลังงานที่ยั่งยืนได้ในอนาคต